ในการดำเนินงานที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัท เอเชียนน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไป ตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท และได้ยกระดับการปฏิบัติที่เป็นทางการมากขึ้นตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนปี 2555 (The Principles of Good Corporate Governance of Listed Companies 2012) ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) กำหนด และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (Corporate Governance Code for Listed Companies 2017) ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) กำหนด เมื่อบริษัทเตรียมตัวเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และแสดงถึงความโปร่งใสต่อนักลงทุนอันจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อบุคคลภายนอก โดยนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทครอบคลุมหลักการสำคัญ 5 ประการ ดังนี้
บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญในสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ของผู้ถือหุ้น ทั้งในฐานะของนักลงทุนในหลักทรัพย์และเจ้าของบริษัท ได้แก่ สิทธิในการซื้อ ขาย โอนหลักทรัพย์ที่ตนถืออยู่ สิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัท สิทธิในการได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี การอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญและมีผลต่อทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษต่าง ๆ ตามสำคัญ
บริษัทจึงได้มีนโยบาย/ข้อกำหนดเพื่อการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้
บริษัทได้กำหนดให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นรายย่อย ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นที่มิได้เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยหรือต่างด้าว โดยมีรายละเอียดดังนี้
คณะกรรมการได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ ผู้ถือหุ้นและพนักงานของบริษัท หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เช่น คู่ค้า ลูกค้า เป็นต้น โดยบริษัทตระหนักดีว่าการได้รับข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการและการพัฒนาธุรกิจของบริษัท ดังนั้น บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำหนดนโยบายให้มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัท และไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านั้น ตามแนวทางที่จะได้กำหนดไว้
ผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการให้ความสำคัญต่อสิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทมีสิทธิในการได้รับใบหุ้น และสิทธิในการโอนหุ้น สิทธิในการได้รับสารสนเทศที่เพียงพอ ทันเวลา และในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการตัดสินใจ สิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญของบริษัท สิทธิในการเลือกตั้งและถอดถอนกรรมการ สิทธิในการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปีของบริษัท พร้อมกำหนดค่าตอบแทน และสิทธิในส่วนแบ่งผลกำไรตามจำนวนหุ้น หุ้นละเท่า ๆ กัน มีการบันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และเปิดเผยมติที่ประชุมต่อผู้ถือหุ้น และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางการเปิดเผยข้อมูลตามกฎระเบียบของทางการ
พนักงาน
คณะกรรมการตระหนักว่าบุคลากรเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่มีคุณค่ายิ่ง จึงกำหนดเป็นนโยบายการปฏิบัติต่อพนักงานที่เป็นธรรมทุกระดับ โดยไม่มีการแบ่งแยกทั้งในด้านโอกาส ผลตอบแทน การแต่งตั้งโยกย้าย ควบคู่กับการเปิดโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรอย่างเต็มศักยภาพอย่างทั่วถึง และสม่ำเสมอ เช่น การจัดอบรม การสัมมนา และการฝึกอบรม โดยให้โอกาสอย่างทั่วถึงกับพนักงานทุกคน และพยายามสร้างแรงจูงใจให้พนักงานที่มีความรู้ความสามารถสูงให้คงอยู่กับบริษัทเพื่อพัฒนาองค์กร บริษัทมีนโยบายด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างเพียงพอและเหมาะสม เพื่อการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ และป้องกันการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ป้องกันการบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยอันเนื่องจากการทำงาน อีกทั้งยังได้กำหนดแนวทางในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งปลูกฝังให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การห้ามใช้ข้อมูลภายในอย่างเคร่งครัด เป็นต้น
คู่ค้า
บริษัทมีกระบวนการในการคัดเลือกคู่ค้า โดยให้มีการแข่งขันบนข้อมูลที่เท่าเทียมกัน และมีความยุติธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ในการประเมินและคัดเลือกคู่ค้าของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดทำรูปแบบสัญญาที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และจัดให้มีระบบติดตามเพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาอย่างครบถ้วน ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดหา การซื้อสินค้าและ/หรือรับบริการจากคู่ค้าตามเงื่อนไขทางการค้า ตลอดจนปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัด
ลูกค้า
บริษัทมุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า เอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยลูกค้าจะต้องได้รับบริการที่ดี สินค้ามีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม และเป็นไปตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด มีการพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและบริการให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รักษาสัมพันธภาพที่ดีและยั่งยืนกับลูกค้าอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ รวมถึงไม่นำข้อมูลของลูกค้ามาใช้เพื่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ ยกเว้นในการนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ กฎหมาย กฎระเบียบ หรือการยินยอมจากผู้เป็นเจ้าของข้อมูล
คู่แข่ง
บริษัทประพฤติตามกรอบการแข่งขันที่ดี มีจรรยาบรรณ สนับสนุนและส่งเสริมนโยบายการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม การปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าให้สอดคล้องกับหลักสากลภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า ไม่ละเมิดความลับหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่ค้าด้วยวิธีฉ้อฉล บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม และปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ในจริยธรรมขององค์กรอย่างเคร่งครัด
เจ้าหนี้
บริษัทจะปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ และพันธะสัญญาที่ตกลงกันไว้ที่มีต่อเจ้าหนี้เป็นสำคัญ ทั้งในเรื่องการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม ดอกเบี้ย ค่าประกันต่าง ๆ รวมถึงกรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ เป็นต้น
สังคมและสิ่งแวดล้อม
บริษัทใส่ใจและให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท และส่งเสริมให้พนักงานของบริษัทมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ บริษัทจะเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการสร้างและรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่
นอกจากนี้ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถสอบถามรายละเอียด แจ้งข้อร้องเรียน หรือเบาะแสการกระทำผิดทางกฎหมาย ความไม่ถูกต้องของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง หรือการผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทผ่านกรรมการอิสระของบริษัทได้ ทั้งนี้ ข้อมูลร้องเรียนและเบาะแสที่แจ้งมายังบริษัทจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ โดยกรรมการอิสระจะดำเนินการสั่งการตรวจสอบข้อมูลและหาแนวทางแก้ไข (หากมี) และจะรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป
บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่งใส ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ("สำนักงาน ก.ล.ต.”) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) ตลอดจนข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งล้วนมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ดังนี้
1. โครงสร้างคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย
คณะกรรมการบริษัทจะประกอบด้วยบุคคลที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท โดยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและภาพรวมขององค์กร ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
คณะกรรมการบริษัทมีจำนวนอย่างน้อย 5 ท่าน แต่ไม่เกิน 12 ท่าน โดยคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมด และไม่น้อยกว่า 3 ท่าน อันจะทำให้เกิดการถ่วงดุลในการพิจารณาและออกเสียงในเรื่องต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กรรมการอิสระของบริษัททุกท่านมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงเกณฑ์ ข้อกำหนด และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการบริษัทมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 3 ปีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และกรรมการอิสระจะมีวาระการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องไม่เกิน 9 ปี เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร นอกจากนี้ กรรมการและผู้บริหารของบริษัทสามารถเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ("สำนักงาน ก.ล.ต.”) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) รวมถึงเกณฑ์ ข้อกำหนด และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้รับทราบ ทั้งนี้ กรรมการแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท และต้องไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสุดในบริษัทมหาชน ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนไทยเกิน 3 บริษัท
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทสามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ดังนี้
(1) คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยกรรมการบริหารจำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน เพื่อทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการบริหารจัดการกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน ข้อบังคับ และคำสั่งใด ๆ รวมทั้งเป้าหมายที่กำหนดไว้ ภายใต้กรอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
(2) คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน เพื่อทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำกับดูแลและตรวจสอบการบริหารงาน การทำรายการระหว่างกัน การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการจัดทำรายงานทางการเงิน เพื่อให้การปฏิบัติงานและการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทเป็นไปอย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือ
(3) คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 ท่านเพื่อทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารระดับสูง พิจารณารูปแบบและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป (แล้วแต่กรณี)
(4) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการและ/หรือผู้บริหารจำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน เพื่อทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดนโยบายด้านการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เพียงพอ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และกำกับดูแลให้มีระบบหรือกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยรวมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีเลขานุการบริษัท เพื่อทำหน้าที่ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประชุมคณะกรรมการบริษัท และการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งสนับสนุนงานของคณะกรรมการบริษัทโดยการให้คำแนะนำในเรื่องข้อกำหนดตามกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการบริษัท
2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท และมีหน้าที่กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของบริษัท รวมทั้งกำกับดูแลให้การบริหารจัดการเป็นไปตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์ วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และทิศทางในการดำเนินธุรกิจ เพื่อประโยชน์ระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นภายใต้กรอบข้อกำหนดของกฎหมายและหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันก็คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ตามที่กำหนดไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัท ดังนี้
(1) นโยบายการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร และการจัดทำคู่มือการกำกับดูแลกิจการ เพื่อเป็นแนวทางแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานในการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว โดยให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวเป็นประจำทุกปี
(2) หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ คณะกรรมการมีเจตนารมณ์ให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปอย่างโปร่งใส มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดทำและอนุมัติคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจ และคณะกรรมการบริษัทกำกับดูแลให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่เข้าใจทั่วทั้งองค์กร เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ ตระหนักปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังนี้
(3) ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการกำหนดนโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างรอบคอบ ยึดหลักความจำเป็น ความสมเหตุสมผล และมูลค่ายุติธรรม ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทเป็นสำคัญ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับตนให้คณะกรรมการทราบ และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณา หรืออนุมัติในรายการดังกล่าว
คณะกรรมการจะกำกับดูแลการทำรายการเกี่ยวโยงกัน และรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ตลอดจนข้อกำหนดต่าง ๆ ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อบริษัทได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(4) การควบคุมภายใน คณะกรรมการจะกำกับดูแลให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอ และระบบการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิผล ระบบการควบคุมภายในทั้งในระดับบริหารและระดับปฏิบัติงาน และให้มีการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างอิสระและรายงานผลตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
(5) การบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการจะกำกับดูแลให้บริษัทมีระบบและกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อลดผลโอกาสเกิดและผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทอย่างเหมาะสม โดยมอบให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่ในการพิจารณาเละกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งภายนอกและภายในบริษัท และสอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจ นำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
(6) ช่องทางการแจ้งเบาะแส คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีกลไกในการรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการกรณีมีการชี้เบาะแสการกระทำผิดทางกฎหมาย ความไม่ถูกต้องของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง หรือการปฏิบัติซึ่งผิดจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัทผ่านกรรมการอิสระ หรือกรรมการตรวจสอบของบริษัทได้ ทั้งนี้ ข้อมูลร้องเรียนและเบาะแสที่แจ้งมายังบริษัทจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และเมื่อกรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและหาแนวทางแก้ไข (หากมี) เรียบร้อยแล้ว จะรายงานต่อคณะกรรมการบริษัททราบ
(7) รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงินร่วมกับฝ่ายบัญชีและผู้สอบบัญชี ก่อนการนำเสนอรายงานทางการเงินต่อคณะกรรมการบริษัทอนุมัติและรับทราบรายงานผลการตรวจสอบภายในจากผู้ตรวจสอบภายในทุกไตรมาส
3. การประชุมคณะกรรมการและการประเมินตนเอง
คณะกรรมการกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยทุกไตรมาส และมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น โดยมีการกำหนดวาระประชุมชัดเจนและนัดประชุมล่วงหน้า โดยจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุมให้กรรมการทุกท่านประกอบการประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันก่อนวันประชุม เพื่อได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และจะจัดให้มีการบันทึกรายงานการประชุมและจัดเก็บรวบรวมเอกสารที่รับรองแล้วเพื่อใช้ในการอ้างอิงและสามารถตรวจสอบได้ และในการประชุมทุกครั้งจะให้มีผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมแต่ละวาระตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อให้ข้อมูลในรายละเอียดประกอบการตัดสินใจที่ถูกต้องและทันเวลา
ที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ถือมติของเสียงข้างมาก โดยกรรมการหนึ่งคนมีหนึ่งเสียง และกรรมการที่มีส่วนได้เสียในวาระใดจะไม่เข้าร่วมประชุมและใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระนั้น ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปรับปรุงและแก้ไขการดำเนินงาน โดยกำหนดหัวข้อการประเมินและเกณฑ์การวัดผลการประเมินให้ชัดเจน และรวบรวมความเห็นจากผลการประเมินนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ รวมทั้งเปิดเผยหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และผลการประเมินในรายงานประจำปี
2.ค่าตอบแทน
คณะกรรมการได้กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของค่าตอบแทนผู้บริหารในแต่ละปี และเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสม ตามประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท และผลการปฏิบัติงานรายบุคคล เป็นต้น
คณะกรรมการบริษัทจะให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณารูปแบบ และหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ
3.การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
คณะกรรมการตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคลที่ถือเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจ และเป็นส่วนสำเร็จที่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคณะกรรมการจะกำหนดนโยบายเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ และศักยภาพของผู้บริหารและคณะกรรมการให้เหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและกำกับดูแลการดำเนินงานองค์กรให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ภายใต้กฎระเบียบ ข้อกำหนด และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใด ๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้น ๆ โดยกำหนดหลักการที่สำคัญไว้ดังนี้
(1) กรรมการบริษัทและผู้บริหารต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์ หรือการมีส่วนได้ส่วนเสียของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้น
(2) หลีกเลี่ยงการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือมีส่วนได้เสีย ในกรณีที่จำเป็นต้องทำรายการนั้น ให้มีการนำเสนอรายการดังกล่าวต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี) ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งดูแลให้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) กำหนด
(3) ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของบริษัทและจริยธรรมธุรกิจของบริษัทซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้บริษัทเป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลความเข้าใจในการถือปฏิบัติของพนักงานทั่วทั้งบริษัท
นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566
บริษัท เอเชียนน้ํามันปาล์ม จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) จะปกป้องข้อมูลของผู้มีส่วนได้เสียที่บริษัทได้มาจากการประกอบธุรกิจหรือที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลส่วนลูกค้า ข้อมูลส่วนพนักงาน และข้อมูลเจ้าหนี้การค้า เป็นต้น บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องข้อมูลและจะแบ่งปันการใช้ข้อมูลกับบุคคลที่ได้รับอนุญาต เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจโดยชอบธรรมตามกฎหมายเท่านั้น เมื่อใดที่ไม่มีความจําเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวในทางธุรกิจ และได้รับอนุญาตให้มีการทําลายข้อมูลแล้ว ดําเนินการด้วยวิธีที่ปลอดภัย
หลักการปฏิบัติ
1. การเปิดเผยหรือการใช้ข้อมูล บริษัทอนุญาตเฉพาะพนักงานที่เกี่ยวข้องและมีความจําเป็นในการปฏิบัติงานหรือตามที่กฎหมายกําหนดไว้เท่านั้น
2. การทําลายข้อมูลที่ไม่ได้ใช้แล้ว ต้องทําอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล
3. เมื่อมีความจําเป็นต้องเปิดเผยข้อมูล ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่บริษัทต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายต่าง ๆ กําหนดไว้เท่านั้น
4. การตรวจสอบข้อความที่จะส่งให้บุคคลภายนอกอย่างรอบคอบ และไม่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการหารือ หรือการตัดสินใจในบริษัทให้แก่บุคคลภายนอก เนื่องจากข้อมูลนั้นอาจทําให้บริษัทเสียเปรียบหรือเสียหายได้
5. ไม่นําข้อมูลที่เป็นความลับมาปรึกษาหารือ หรือเปิดเผยกับผู้อื่นในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
6. ไม่นําโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตมาลงในคอมพิวเตอร์ของบริษัท รวมทั้งไม่ส่งต่อข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
7. ไม่กําหนดรหัสในการเข้าใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ที่ง่ายเกินไป เพื่อช่วยในการปกป้องข้อมูล
นโยบายนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และบริษัทอาจทบทวนหรือปรับปรุงได้ตามความเหมาะสมกับสภาวะการดําเนินธุรกิจในแต่ละปี นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
บริษัท เอเชียนน้ํามันปาล์ม จํากัด (มหาชน) ("บริษัท") มุ่งมั่นดําเนินธุรกิจตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดถือความโปร่งใส
ตรวจสอบได้ และให้ความสําคัญต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย บริษัทตระหนักดีถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของกิจการ ดังนั้น
เพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว บริษัทฯ จึงได้กําหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลสําหรับบริษัทและบริษัทย่อยไว้ดังนี้
1. นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท
บริษัทจะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลตามความสามารถในการทํากําไรแต่ละปี และผลการดําเนินงานโดยรวมภายใต้ข้อกําหนด
ทางกฎหมาย และงดจ่ายปันผลในกรณีที่มีการขาดทุนสะสม โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30.0
ของกําไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ เกณฑ์โดยส่วนมากของบริษัทจดทะเบียน หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินทุนสํารองตาม
กฎหมาย และเงินสํารองอื่น ๆ (ถ้ามี) โดยคํานึงถึงฐานะทางการเงิน กระแสเงินสด สภาพคล่อง แผนการลงทุน และปัจจัยอื่น ๆ ตาม
ความเห็นสมควรของคณะกรรมการบริษัท และการจ่ายปันผลนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการดําเนินงานปกติของบริษัทอย่างมีนัยสําคัญ
โดยคณะกรรมการมีมติให้จ่ายเงินปันผลและนําเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เว้นแต่เป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
ซึ่งคณะกรรมการบริษัทมีอํานาจอนุมัติและรายงานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบในการประชุมคราวต่อไป
ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวต้องไม่เกินกว่ากําไรสะสมของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท และต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทย่อย
บริษัทย่อยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50.0 ของกําไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทย่อย หลัง
หักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินทุนสํารองตามกฎหมาย และเงินสํารองอื่น ๆ (ถ้ามี) โดยคํานึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้
ถือหุ้น เช่น ฐานะทางการเงิน กระแสเงินสด สภาพคล่อง แผนการลงทุน และปัจจัยอื่น ๆ ตามความเห็นสมควรของคณะกรรมการบริษัทย่อย และ
การจ่ายปันผลนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการดําเนินงานปกติของบริษัทย่อยอย่างมีนัยสําคัญ โดยคณะกรรมการบริษัทย่อยมีมติอนุมัติให้
จ่ายเงินปันผลและนําเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เว้นแต่เป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคณะกรรมการบริษัทย่อย มีอํานาจ
อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลได้ และรายงานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบในการประชุมคราวต่อไป
นโยบายนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และบริษัทอาจทบทวนหรือปรับปรุงได้ตามความเหมาะสมกับสภาวะการดําเนิน
ธุรกิจในแต่ละปี นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
บริษัท เอเชียนน้ํามันปาล์ม จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) มีการบริหารงานโดยยึดถือแนวปฏิบัติตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน ดังนั้น การตัดสินใจของบริษัทในการเข้าลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ นอกจากบริษัทจะคํานึงถึงผลตอบแทนของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่จะได้รับจากการลงทุนดังกล่าวแล้ว บริษัทดําเนินการภายใต้หลักการกํากับดูแลกิจการที่ดีตามข้อกําหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯและสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์("สํานักงาน ก.ล.ต.") เป็นสําคัญอีกประการ อนึ่ง บริษัทจึงได้กําหนดนโยบายการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ตามรายละเอียดดังนี้
บริษัทมีนโยบายการลงทุนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมที่สนับสนุนธุรกิจของบริษัท ตลอดจนลงทุนในบริษัทที่สอดคล้องกับเป้าหมายวิสัยทัศน์และแผนกลยุทธ์ในการเติบโตของบริษัท ซึ่งจะทําให้บริษัทมีผลประกอบการหรือผลกําไรเพิ่มขึ้น หรือลงทุนในธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท และเพื่อให้บริษัทบรรลุเป้าหมายในการเป็นผู้ประกอบการชั้นนําในธุรกิจหลัก
ของบริษัท ทั้งนี้บริษัทย่อย และ/หรือบริษัทร่วมอาจพิจารณาลงทุนในธุรกิจอื่นเพิ่มเติม หากเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตหรือสามารถต่อยอดทางธุรกิจ หรือเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของกลุ่มบริษัท ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในการลงทุน โดยบริษัทจะกําหนดกลไกการกํากับดูแลให้บริษัทสามารถควบคุม จัดการและรับผิดชอบการดําเนินงานของบริษัทย่อยให้เสมือนเป็นหน่วยงานหนึ่งของบริษัท รวมทั้งมีมาตรการในการติดตามการบริหารงานและกําหนดระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมและรัดกุมเพียงพอของบริษัทย่อยเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ในเงินลงทุนของบริษัทให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ซึ่งบริษัทเห็นว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วม เพื่อเพิ่มช่องทางในการหารายได้และเพิ่มความสามารถในการทํากําไรของบริษัท โดยจะพิจารณาสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และฐานะทางการเงินของบริษัท โดยวิเคราะห์การลงทุนอย่างเหมาะสมก่อนการตัดสินใจลงทุนในโครงการต่าง ๆ การตัดสินใจลงทุนดังกล่าวนั้น จะต้องได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี) และต้องสอดคล้องตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนและประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้บริษัทจะแต่งตั้งตัวแทนของบริษัทที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการในบริษัทนั้น ๆอย่างน้อยตามสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อกําหนดนโยบายที่สําคัญ และกํากับดูแลการดําเนินงานของบริษัทย่อย และบริษัทร่วมดังกล่าว
บริษัทจะมีการติดตามการบริหารงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ในเงินลงทุนของบริษัท โดยกําหนดให้บริษัทย่อยและบริษัทร่วมมีหน้าที่นําส่งผลการดําเนินงานรายเดือน และงบการเงินฉบับผ่านการสอบทานโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตรายไตรมาสตลอดจนข้อมูลประกอบการจัดทํางบการเงินดังกล่าวของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมให้กับบริษัท พร้อมยินยอมให้บริษัทใช้ข้อมูลดังกล่าวนั้น เพื่อประกอบการจัดทํางบการเงินรวมหรือรายงานผลประกอบการของบริษัทประจําไตรมาสหรือประจําปีนั้นแล้วแต่กรณีอีกทั้ง บริษัทย่อยและบริษัทร่วมมีหน้าที่รายงานประเด็นปัญหาทางการเงินที่มีนัยสําคัญต่อบริษัท เมื่อตรวจพบหรือได้รับการร้องขอจากบริษัทให้ดําเนินการตรวจสอบและรายงาน รวมทั้งการทํารายการระหว่างบริษัทดังกล่าวกับบุคคลที่เกี่ยวโยงการได้มาและจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์หรือรายการอื่นใดของบริษัทดังกล่าว ให้ครบถ้วนถูกต้อง
นโยบายนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และบริษัทอาจทบทวนหรือปรับปรุงได้ตามความเหมาะสมกับสภาวะการดําเนินธุรกิจในแต่ละปี นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
บริษัท เอเชียนน้ํามันปาล์ม จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) มีนโยบายที่จะให้พนักงาน และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อันประกอบด้วยวงจรเครือข่ายการสื่อสารข้อมูล ระบบซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการปฏิบัติการและการประมวลผลข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง แฟ้มข้อมูล และข้อมูลของบริษัท อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์และประสิทธิผลทางธุรกิจของบริษัท จึงกําหนดให้ถือปฏิบัติดังนี้
1. นําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในทุกด้านของงานพร้อมกับพัฒนาบุคลากรของบริษัทให้มีความรู้ ความสามารถเพิ่มมากขึ้น
2. พนักงานจะต้องนําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพื่อส่งเสริมกิจการของบริษัท ต้องไม่กระทําเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลหรือละเมิดจริยธรรม และศีลธรรมอันดี
3. ข้อมูลที่ได้บันทึกผ่านและเผยแพร่ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศถือเป็นนความรับผิดชอบเจ้าของข้อมูลนั้นที่จะต้องดูแลไม่ให้เกิดความผิดกฎหมายหรือละเมิดต่อบุคคลที่สาม
4. ใช้ซอฟท์แวร์ที่ถูกกฎหมาย
5. การนําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งาน จะต้องได้รับการอนุมัติและปฏิบัติตามระเบียบที่กําหนด
6. เจ้าของข้อมูลจะต้องป้องกันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และข้อมูลที่สําคัญทางธุรกิจของตนเองจากการเข้าถึง จากภายนอกหรือการโจรกรรมและการบ่อนทําลาย เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจของบริษัทจะดําเนินการอย่างต่อเนื่อง
7. ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยรวมที่ได้รับการมอบหน้าที่จากบริษัท ต้องกําหนดมาตรการในการควบคุม และป้องกันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความมั่นคงและปลอดภัย รวมทั้งต้องติดตามให้บุคลากรทุกคนถือปฏิบัติตามข้อกําหนดอย่างเคร่งครัด
นโยบายนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และบริษัทอาจทบทวนหรือปรับปรุงได้ตามความเหมาะสมกับสภาวะการดําเนินธุรกิจในแต่ละปี นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
บริษัทได้มีนโยบายให้มีการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อทำหน้าที่ในการจัดทำนโยบาย วางระบบ และประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งที่เกิดจากปัจจัยภายนอกและจากการบริหารงาน และการปฏิบัติงานภายในองค์กร รวมทั้งกำหนดแนวทางในการบริหารและจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ มีการสื่อสาร จัดฝึกอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการแก่พนักงาน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง และกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ดังนี้
1. การกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยง
จัดทำนโยบาย วัตถุประสงค์ ขอบเขตความรับผิดชอบ หลักเกณฑ์และแนวทางบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ เป้าหมาย แผนและทิศทางการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทจะมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี พร้อมกันกับการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อให้มีความสอดคล้องกัน โดยกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง ดังนี้
2. การระบุความเสี่ยง
เป็นการระบุความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยพิจารณาจากความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เช่น จากสภาพแวดล้อม กฎหมาย การเงิน ระบบสารสนเทศ ระบบข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ความพึงพอใจของนักลงทุน การบริหารเงินลงทุน ทรัพยากรบุคคล ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ระบบรักษาความปลอดภัย เป็นต้น การบริหารความเสี่ยงโดยพิจารณาจัดลำดับความเสี่ยงก่อนการพิจารณาระบบการควบคุม ซึ่งถ้าอยู่ในเกณฑ์สูงและสูงมาก องค์กรจะนำความเสี่ยงเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการจัดการก่อน
3. การวิเคราะห์ความเสี่ยง
เป็นการวิเคราะห์เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงที่เหลืออยู่หลังจากได้ประเมินระบบการควบคุมที่มีอยู่ และการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง ซึ่งหากความเสี่ยงที่เหลือยังคงอยู่ในระดับสูงหรือสูงมาก จะต้องกำหนดมาตรการการจัดการความเสี่ยงทันที โดยผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบ และหากความเสี่ยงที่เหลืออยู่ในระดับปานกลางหรือระดับต่ำ ให้กำหนดมาตรการจัดการในระดับฝ่ายหรือแก้ไขในกระบวนการปฏิบัติงาน
4. การจัดการความเสี่ยง
เป็นการกำหนดวิธีการจัดทำแผนในการจัดการความเสี่ยงที่มีความสำคัญ ตามที่ได้มีการจัดลำดับไว้ในขั้นตอนของการวิเคราะห์ความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยงมีได้หลายวิธี เช่น การควบคุมความเสี่ยง การโอนความเสี่ยง การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง การใช้ประโยชน์จากความเสี่ยง หรือการยอมรับความเสี่ยง
5. การติดตามผลและการสอบทาน
เป็นขั้นตอนของการติดตามผลการบริหารความเสี่ยงตามแผนที่กำหนดไว้ รวมทั้งประเมินผลการจัดการความเสี่ยง ซึ่งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะติดตามและรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการตรวจสอบการวิเคราะห์ความเสี่ยง
นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566
บริษัท เอเชียนน้ํามันปาล์ม จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) ให้ความสําคัญต่อการจัดทํารายงานทางบัญชีและการเงิน ซึ่งจะต้องถูกต้องสมบูรณ์ตามความเป็นจริง ทันเวลาสมเหตุสมผล เพื่อเสนอต่อผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น หน่วยงานของรัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ดังนั้นจึงกําหนดให้บุคลากรทุกระดับจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบบัญชีการเงิน และการควบคุมภายในรวมถึงข้อกําหนดทางบัญชีและการเงินของบริษัท และหลักการบัญชีที่ยอมรับทั่วไปอย่างเคร่งครัด ดังนี้
1. ความถูกต้องของการบันทึกรายการ
การบันทึกรายการทางธุรกิจทุกอย่างของบริษัท จะต้องถูกต้องครบถ้วน และสามารถตรวจสอบได้โดยไม่มีข้อจํากัดหรือยกเว้นการบันทึกรายการตามความเป็นจริงตามมาตรฐานการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับ และตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีเอกสารหลักฐานประกอบการลงรายการทางธุรกิจครบถ้วนและเหมาะสม
2. รายการทางบัญชีและการเงิน
รายการทางบัญชีและการเงินทุกประเภทของบริษัทจะต้องมีความถูกต้องชัดเจน มีข้อมูลที่เป็นสาระสําคัญเพียงพอ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลสําคัญอย่างเหมาะสม ตามมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไป และเป็นไปตามระเบียบการเงินและการบัญชีของบริษัท พนักงานทุกคนต้องตระหนักถึงความถูกต้องของรายการบัญชีและการเงิน ซึ่งถือว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อรายการทางธุรกิจในขั้นตอนต่าง ๆ
นโยบายนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และบริษัทอาจทบทวนหรือปรับปรุงได้ตามความเหมาะสมกับสภาวะการดําเนินธุรกิจในแต่ละปี นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
บริษัท เอเชียนน้ํามันปาล์ม จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) ประกอบกิจการสกัดน้ํามันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มและผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ โดยตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย บริษัทจึงกําหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมไว้ดังนี้
1. ปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐาน ข้อกําหนด และข้อผูกพันด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
2. มุ่งเน้นการป้องกันมลพิษ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการพลังงานและของเสียอย่างเหมาะสม
3. ส่งเสริมและพัฒนาจิตสํานึกด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการทํางานแก่พนักงานทุกระดับ โดยถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกัน
4. ปรับปรุงระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและผลการดําเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กําหนดไว้
5. สื่อสารนโยบายสิ่งแวดล้อมนี้อย่างทั่วถึงทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเข้าใจและสนับสนุนการดําเนินงาน
นโยบายนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และบริษัทอาจทบทวนหรือปรับปรุงได้ตามความเหมาะสมกับสภาวะการดําเนิน
ธุรกิจในแต่ละปี นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
วัตถุประสงค์
เนื่องจากบริษัท เอเชียนน้ํามันปาล์ม จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้ตระหนักถึงความสําคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จึงจัดทํานโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อให้สามารถกําหนดแนวทางบริหารจัดการ และดําเนินการลดการใช้
พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้
แนวทางปฏิบัติ
จากวัตถุประสงค์ข้างต้น บริษัทจึงได้ดําเนินการจัดทํารายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะดําเนินการต่างๆ ตามแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
1. ดําเนินกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายและข้อกําหนดอื่นๆ โดยการนําข้อกําหนดต่างๆ มาจัดทําเป็นคู่มือปฏิบัติงาน
2. ดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และนํามาคํานวณปริมาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรเป็นประจําทุกปี เพื่อพัฒนาระบบการจัดการอย่างต่อเนื่องได้
3. ส่งเสริมและรณรงค์ให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ภายในองค์กรทั้งการใช้วัตถุดิบ การใช้เชื้อเพลิงต่างๆ การใช้พลังงาน การขนส่ง เป็นต้น
4. สร้างความรู้ให้พนักงานเพื่อสร้างจิตสํานึก และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
5. เพื่อแสดงข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากการดําเนินงานขององค์กร ให้แก่พนักงานทุกท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบโดยสอดคล้องตามกฎระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
นโยบายนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และบริษัทอาจทบทวนหรือปรับปรุงได้ตามความเหมาะสมกับสภาวะการดําเนินธุรกิจในแต่ละปี นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
บริษัทเอเชียนน้ํามันปาล์ม จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) ประกอบกิจการสกัดน้ํามันจากผลปาล์มสดและผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ มีความมุ่งมั่นในการดําเนินการด้านการจัดการพลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน โดยผู้บริหารและพนักงานทุกคนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดําเนินการดังกล่าว ดังนี้
1. บริษัท จะดําเนินการและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างเหมาะสมโดยกําหนดให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการดําเนินงานของหน่วยงาน สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกําหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. บริษัท จะดําเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงานขององค์กร การใช้เทคโนโลยีการผลิต และแนวทางการปฏิบัติงานที่ดีอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องสอดคล้องตามระบบการจัดการพลังงาน
3. บริษัท จะกําหนดแผนและเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานในแต่ละปี และสื่อสารให้พนักงานทุกคนเข้าใจและปฏิบัติใต้อย่างถูกต้อง
4. บริษัท ถือว่า "การอนุรักษ์พลังงาน" เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารทุกระดับและพนักงานทุกคนที่จะให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนด
5. บริษัท จะให้การสนับสนุนที่จําเป็น รวมถึงทรัพยากรด้านบุคลากร ด้านงประมาณ เวลาในการทํางาน การฝึกอบรม และการมีส่วนร่วมในการนําเสนอข้อคิดเห็นเพื่อการพัฒนางานด้านพลังงาน
6. ผู้บริหารและคณะทํางานด้านการจัดการพลังงานจะทบทวนและปรับปรุงนโยบายฯ เป้าหมายและแผนการดําเนินงานด้านพลังงานทุกปี
นโยบายนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และบริษัทอาจทบทวนหรือปรับปรุงได้ตามความเหมาะสมกับสภาวะการดําเนินธุรกิจในแต่ละปี นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
บริษัท เอเชียนน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) จะดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญในการต่อต้านการคอรัปชั่น ยึดมั่นคุณธรรมจริยธรรม บริหารงานด้วยความโปร่งใส และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และบริษัทจึงได้กำหนดคำนิยามของการคอรัปชั่น หมายถึง การปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ การฝ่าฝืนกฎหมายจริยธรรม ระเบียบหรือนโยบายของบริษัท หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่นในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเรียกรับ เสนอหรือให้ทรัพย์สิน รวมถึงประโยชน์อื่นใดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลอื่นใดที่ทำธุรกิจกับบริษัท เป็นต้น
เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปในแนวทางและหลักการของการต่อต้านคอรัปชั่นที่บริษัทได้กำหนดคำนิยามของการคอรัปชั่นไว้ บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านคอรัปชั่น เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปสู่การปฏิบัติ ดังนี้
1. ไม่ดำเนินการหรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
2.ดำเนินการให้มีการสื่อสารอย่างทั่วถึงทั้งระดับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน โดยกำหนดให้การดำเนินการทุกกระบวนการอยู่ในขอบข่ายกฎหมายอย่างเคร่งครัด หรือถ้าเกิดข้อผิดพลาดในกระบวนการดำเนินงาน เนื่องจากความประมาท รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ให้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
3.กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะไม่กระทำการหรือสนับสนุนการคอรัปชั่นไม่ว่ากรณีใด ๆ และจะปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการคอรัปชั่นอย่างเคร่งครัด
4.กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทมีหน้าที่ต้องรายงานให้บริษัททราบถึงการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริตคอรัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยแจ้งต่อผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลที่รับผิดชอบ และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆ
5.บริษัทจะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองผู้ร้องเรียนที่แจ้งเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น รวมทั้งบุคคลที่ให้ความร่วมมือในการรายงานและในกระบวนการสอบสวนการทุจริตคอรัปชั่น
6.ผู้ที่กระทำการทุจริตคอรัปชั่นจะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทกำหนดไว้ และอาจได้รับโทษตามกฎหมาย ต่อการกระทำผิดนั้น ๆ
7.กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการคอรัปชั่น โดยคณะกรรมการบริษัทมอบให้ฝ่ายบริหารนำมาตรการต่อต้านการคอรัปชั่นไปสื่อสารและปฏิบัติตาม
8.ห้ามมิให้กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานกระทำการใด ๆ อันเป็นการเรียกร้อง หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นที่ส่อไปในทางจูงใจให้ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรืออาจทำให้บริษัทเสียประโยชน์อันชอบธรรม
9.ห้ามมิให้กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานให้หรือเสนอที่จะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลภายนอกเพื่อจูงใจให้บุคคลนั้นกระทำหรือละเว้นกระทำใดที่ผิดต่อกฎหมายหรือโดยมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ของตน
10.สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ซื่อสัตย์และยึดมั่นในความเป็นธรรม
11.จัดให้มีการฝึกอบรมแก่พนักงานภายในองค์กร เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ และพร้อมจะนำหลักการและจรรยาบรรณในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินงานด้วยความเคร่งครัดทั้งองค์กร
12.บริษัทจัดให้มีกระบวนการบริหารงานบุคลากรที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทต่อมาตรการต่อต้านการคอรัปชั่นตั้งแต่การคัดเลือก การอบรม การประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทน และการเลื่อนตำแหน่ง
13.บริษัทจัดให้มีระเบียบการเบิกจ่ายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง โดยกำหนดวงเงินอำนาจอนุมัติ วัตถุประสงค์ในการทำรายการ และผู้รับซึ่งต้องมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนประกอบ และมีการกำหนดอำนาจอนุมัติในแต่ละระดับอย่างเหมาะสม
14.บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบภายในเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าระบบการควบคุมภายในช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ รวมทั้งตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปตามข้อกำหนด กฎระเบียบ และช่วยค้นหาข้อบกพร่อง จุดอ่อน รวมถึงให้คำแนะนำในการพัฒนาระบบการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี
15.ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการกำหนดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งติดต่อกับภาครัฐ เปิดเผยแบบแสดงบัญชีรายรับ - รายจ่าย ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
16.กำหนดให้เลขานุการบริษัท ผู้ตรวจสอบภายใน หรือบุคคลอื่นใดที่คณะกรรมการตรวจสอบมอบหน้าที่ให้ตามความเหมาะสม เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี
นโยบายนี้ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566
บริษัท เอเชียนน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
99 หมู่ที่2 ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ 81110